จอเหลือบ ที่กำลังจะพูดถึง คืออะไร?
จริงๆแล้วที่กำลังพูดถึง มันคือจอที่มี Aspect Ratio อยู่ที่ 8:3 (กว้างกว่านี้ก็มีแต่หาในไทยยาก)

โดยจอทั่วไปจะเป็น 16:9 Widescreen หรือ 21:9 Ultra Widescreen
ในวงการการแต่ง PC จอนี้มักจะถูกนำมาไว้แสดงเกี่ยวกับพวกค่า CPU GPU RAM อุณหภูมิต่างๆเป็นต้น
แต่เราไม่ได้เอามาใช้แบบนั้น เพราะคิดว่าดูไร้ประโยชน์สำหรับเรา
ส่วนจอเหลือบ ที่ว่านั้น เป็นชื่อที่เราเรียกขึ้นมาเอง ทำไมถึงเรียกว่าจอเหลือบ เดี๋ยวค่อยว่ากัน
คือเราอยากได้มานานละ เพื่อใช้เวลาเปิดสตรีม อ่านแชทบนจอนี้ ไม่ต้องเปิดจอคอมอีกจอเพื่ออ่าน ซึ่งมันกินไฟเกินไป
อยากได้มากๆ แต่ไม่ได้ซื้อมา
จริงๆแล้วใจเราอยากได้จอนี้ แต่ไม่คิดจะซื้อ เพราะว่าบ้านเรามีจอคอมเยอะหลายจอมากแล้ว
แต่ครั้งนี้ที่ได้มา อันนี้เราได้มาจากรุ่นพี่ คือเราไปจัดคอมให้ แล้วก็สอนหลานใช้คอม สอนสตรีม
แล้วก็แนะนำจออันนี้เอาไว้อ่านแชทง่ายๆไม่เกะกะด้วย รุ่นพี่เขาก็ซื้อมาปรากฏว่าลูกไม่เอาอยากได้จอใหญ่ๆกว่านี้
กลายเป็นว่าซื้อมาแล้วลูกไม่ใช้ ก็เลยให้เรามาเลยฟรีๆ เป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือเขา
โชคดีเฉยเลย
เขาซื้อมาในราคา 1640 บาท ( flash sale จากราคาเดิม 2000 บาท) จากแอปส้ม สเปค 1920×720 IPS 60Hz 12.3นิ้ว
ถ้าเป็นแบบทัชได้ ราคาตลาด จะอยู่ราวๆ 2300-2700 บาท สามารถทัชได้พร้อมกัน 5 จุด
เราได้แบบเวอร์ชั่นแบบทัชจอไม่ได้มา แต่ดีแล้ว เพราะเราไม่ต้องการระบบทัช และเราเกลียดรอยนิ้วมือที่ติดบนจอด้วย
มาเปิดกล่องกันก่อนดีกว่า

กล่องธรรมดาๆเลย ไม่มีอะไรเด่นเลย

เปิดมาก็เจอจอเลย ไร้การป้องกันกระแทกใดๆทั้งสิ้น 555

ของที่แถมมาให้
อะแดปเตอร์ต่อไฟ
สาย Type C สำหรับต่อกับอะแดปเตอร์
สาย HDMI
สาย Type C to C
ขาตั้งจอ

ตัวจอ มีแผ่นพลาสติคบางๆปิดไว้ และมีเทปกาวติดไว้ให้พลาสติคอยู่กับที่
เทปกาวอ่อนก็มีไม่ใช้ ดันใช้เทปกาวกระดาษแบบนี้เลย


ข้างซ้ายก็เป็นเสียบสาย Type C และ HDMI

ด้านหลังมีลำโพง สามารถติด Versa Mount และ ช่องน๊อตเสียบ Tripod ได้ด้วย

ตอนเปิดจอ ก็จะขึ้นสีฟ้าๆ Welcome แบบนี้ ราวๆ 3 วินาที จากนั้นจอก็ขึ้นมา


ความสวยงามของภาพ ถือว่าทำออกมาได้ดีเลย ไม่รู้สึกขัดใจอะไรซักอย่างเลยกับจอนี้
เพราะความละเอียดความกว้างของมันคือ 1920 เท่ากับจอ FullHD ปกติ แค่ความสูงแค่ 720p เท่านั้นเอง

ด้านข้างมีปุ่มปิดจอ ตั้งค่าแสง คอสทราส โหมดหน้าจอ Color Temp และ Eco Mode เป็นต้น รวมถึงช่องเสียบหูฟัง

อีกข้าง การเสียบก็เสียบไฟตรงเข้าเลย หรือจะเสียบ Type C to C เข้าคอม เพื่อส่งทั้งภาพทั้งไฟมาเลย ได้เช่นเดียวกัน
สิ่งที่โอเคกับมันคือ ช่องเสียบ HDMI เป็น port HDMI ปกติเลย เคยเห็นจออื่นๆ มักจะเปลี่ยนเป็น Mini HDMI ต้องไปหาสายให้ยุ่งยากอีก

ลองจัดจอมาวางด้านล่างจอได้ แล้วเอียงขาตั้งตามองศา ถือว่ามองง่ายเลยล่ะ

เอามาใช้ใส่โปรแกรม OBS ตอนสตรีม ก็กำลังดีเลย ถ้าจัด Dock อ่านแชท ด้านขวาให้ไม่ซ้อนกัน คือ Perfect ทีเดียว
เริ่มจัดวางใหม่อีกครั้ง

เราจัดการวางใหม่ เพราะว่า ด้านล่างจอ เราต้องใช้ที่ไว้วาง Streamdeck , AX310 ก็เลยย้ายไปด้านบนจอหลักแทน

เปลี่ยนสาย Type C ใหม่ และใช้ HDMI แบบหัวหัก 90 องศา เพื่อให้ไม่กินพื้นที่ออกไปด้านข้างเยอะเกิน ป้องกัน Port HDMI ชำรุดจากการดัดสายด้วย
เราเคยมีจอ Portable แบบนี้ แล้วสาย HDMI หัวตรง
ถ้าไปฝืนดัดสายมากๆ Port HDMI หักหลุดจากบอร์ดเลย จำฝังใจเลย

ด้านหลังใช้ Versa Mount ติดจอ ยื่นมาข้างหน้า

จอด้านบนก็ถูกเอียงองศาลงมาข้างล่างเล็กน้อย ทำให้มองง่าย สบายตามากๆเลย
ที่มาของคำว่าจอเหลือบ
มาถึงตรงนี้ อาจจะเข้าใจแล้วทำไมเราถึงเรียกมันว่าจอเหลือบ
เพราะว่าเรานั่งเล่นจอหลัก เราสามารถเหลือบมองจอบนได้ง่าย และไม่ล้าสายตาเลย
ก่อนหน้านี้เวลาเราจัด Layout จอแบบนี้ จอด้านบนจะเป็นพวกจอ Ultrawide 21:9 ขนาด 34 นิ้ว
มันก็จะใหญ่และสูงเกินไปมากๆ เวลามองก็ต้องยกคอขึ้นไปดูจอบน จนเคยมีช่วงนึงที่เราปวดต้นคอมากๆ
เพราะต้องมานั่งยกคอดูจอข้างบนบ่อยๆ การได้จอนี้มาใช้ คือจบปัญหาปวดคอไปเลย
เวลาเราไม่ได้ทำงาน เน้นเล่นเกม เราก็ใช้แค่จอหลัก กับจอเหลือบ เอาไว้ดู Youtube
หรือวางโปรแกรม Discord และ Music Player เท่านั้นเอง
เวลาเล่นเกม กลัวเม้าส์ขึ้นไปจอข้างบน ก็ใช้ Plugin ใน Stream Deck ให้ล็อคให้ Cursor อยู่ในจอหลัก ก็ได้แล้ว
เห็นในภาพบน จะเห็นว่าด้านข้างขวาเรามีอีกจอ แต่ตอนนี้เราแทบไม่ได้ใช้มันเลยด้วยซ้ำตั้งแต่ได้จอนี้มา
ประหยัดไฟมาก
อีกเหตุผลนึงที่สำคัญมากๆ มันกินไฟแค่ 5V เท่านั้นเอง คิดแบบง่ายๆโง่ๆ
เปิดวันละ 20 ชั่วโมง จอนี้ก็กินไฟแค่ประมาณ 1 บาทเท่านั้นเอง
จอไม่เป็นสีฟ้า ตอนไม่มีสัญญาน
ถ้าใครเคยซื้อจอ Portable มา อาจจะเคยเจอจอแบบ เวลาคอมยังไม่เปิด หรือไม่ได้ต่อสาย HDMI เข้าจอ
จอจะกลายเป็นสีฟ้าสว่างๆแสบตา ขึ้นว่า NO SIGNAL ซึ่งจอนี้ไม่เป็น เมื่อไม่มีสัญญาน จอจะดับมืดสนิทไปพักนึง
จากนั้นก็จะ Sleep ตัวเองให้ดับไปเลย ไม่จอฟ้าค้างยาว ซึ่งจริงๆจอเหลือบ OEM ของที่อื่น ที่เป็นจอฟ้ายาวก็มีแต่อันนี้ไม่เป็น
ข้อดีของจอนี้
จอนี้เป็นจอ OEM ที่คุณภาพสูง
ความหมายของ จอ OEM คือ Original Equipment Manufacturer
หมายความว่า เป็น จอที่ถูกจ้างผลิตโดยบริษัทรับผลิต แล้วมีบริษัทมาสั่งซื้อจอนี้
แล้วให้ใส่โลโก้ยี่ห้อของบริษัทตัวเองลงไปด้วย อะไรแนวๆนี้
OEM นี่ยังใช้กับสินค้าหลากหลายด้วยเช่นกัน
แล้วจอนี้เป็นจอเกรด HD123 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้าจอที่ใช้พาเนลรหัส HSD123KPW1
มันเป็นจอเกรดอุตสาหกรรม/ยานยนต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน และมีความสว่างสูงกว่าพวกโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ถึงเท่าตัวด้วย
Resolution ของจอเหลือบ
ในตลาด มีขายจอเหลือบอยู่หลาย Resolution มีตั้งแต่
1280x480px 8.8 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 900-1500 บาท (ขึ้นอยู่กับทัชจอได้หรือไม่ได้)
1920x720px 12.3 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 1700-2500 บาท (ขึ้นอยู่กับทัชจอได้หรือไม่ได้)
2560X720px 14.5 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 8000-9000 บาท (ทัชจอได้)
จากในสามไซส์นี้ เรามองว่า 1280×480 มันพื้นที่น้อยเกินไป เวลาเอาโปรแกรมมาวาง มันจะที่น้อยมากคงไม่เวิร์คสำหรับเรา
ส่วนจอ 2560×720 ก็ราคาสูงจนน่าตกใจเกินไป และมีความละเอียดสูง จะทำให้อ่านตัวหนังสือยากเพราะจอขนาดเล็ก
ฉะนั้นจอขนาด 1920×720 จึงเป็นสัดส่วนที่เราคิดว่า เหมาะสมที่สุดแล้ว ในการนำมาเป็นจอเหลือบ
สรุป

จอนี้ถือว่าเป็นจอที่เราค่อนข้างพึงพอใจมาก ทีแรกไม่คิดว่าจอมันจะมองง่ายสบายตาขนาดนี้
กลายเป็นจอสำหรับดู Youtube ขณะทำอะไรเป็นหลักของเราไปแล้วล่ะ
ส่วนตัวลำโพง คุณภาพเสียงเรียกว่าแย่มากๆ แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะเราไม่ได้คิดจะใช้มันแต่น้อยเลย
ส่วนเรื่องเปิดนานๆจะร้อนไหม นี่ไม่ร้อนเลยนะ ตัวกรอบจอมันเป็นเหล็ก มีช่องระบายความร้อนอยู่ทั่ว
เลยไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนเลย ส่วนนึงคงเพราะเราอยู่ในห้องแอร์ด้วยละมั้ง เลยไม่ร้อนเลย
ถ้าเป็นจอ Ultrawide 34 นิ้วที่ใช้ประจำก่อนหน้านี้ เปิดแล้วรู้สึกถึงออร่าความร้อนออกมาเลยล่ะ
หากใครสนใจ ไปดูได้ที่แอปส้ม – https://s.shopee.co.th/2VlaqlRAaA

